จุลินทรีย์ 3 ชนิดที่ Flora Biotech ใช้ มีบทบาทสำคัญในการควบคุมโรคพืชด้วยวิธีชีวภาพ (Biocontrol) และส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช เพื่อลดการใช้สารเคมี
1. Bacillus subtilis (แบคทีเรีย บีเอส)
Bacillus subtilis เป็นแบคทีเรียแกรมบวกทรงท่อนที่พบได้ทั่วไปในดิน มีความทนทานสูงเนื่องจากสามารถสร้างสปอร์ (Endospore) ทนความร้อนและความแห้งแล้งได้ดี
กลไกการทำงาน
- การสร้างสารต้านเชื้อ ปล่อยสารลิโพเปปไทด์ (Lipopeptides) เช่น Iturin, Surfactin และ Fengycin ที่ทำลายผนังเซลล์ของเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุโรคพืช
- การแข่งขันเข้าครอบครองพื้นที่ ขยายพันธุ์รวดเร็วและสร้างชั้นฟิล์มชีวภาพ (Biofilm) หุ้มบริเวณรากหรือใบพืช ป้องกันเชื้อโรคเข้าโจมตี
- การกระตุ้นภูมิต้านทานพืช กระตุ้นระบบ ISR (Induced Systemic Resistance) ให้พืชผลิตเอนไซม์ป้องกันตนเอง
- สร้างเอนไซม์ ที่สามารถย่อยผนังเซลล์ และย่อยสารอินทรีย์ (คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน)
- เปลี่ยนแอมโมเนีย (NH3) ซึ่งเป็นพิษ ให้กลายเป็นไนเตรท (NO3–) ซึ่งเป็นสารอาหารให้กับพืช
การนำไปใช้ในแปลงเกษตร
- ควบคุมโรคพืช เหมาะสำหรับป้องกันและกำจัดโรคแอนแทรคโนส โรคราแป้ง โรคราน้ำฝน โรคใบจุด และโรคเหี่ยวจากแบคทีเรีย
- วิธีการใช้ ผสมน้ำฉีดพ่นทางใบเพื่อป้องกันโรคทางใบ หรือรดลงดินบริเวณโคนต้นเพื่อป้องกันโรคทางระบบราก

2. Streptomyces araujoniae (สเตรปโตไมเซส)
Streptomyces araujoniae เป็นแอคติโนไมซีท (Actinomycetes) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีลักษณะกึ่งแบคทีเรียและเชื้อรา มีบทบาทสูงในการเป็นจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในดิน
กลไกการทำงาน
- การสร้างยาปฏิชีวนะและเอนไซม์ ผลิตสารชีวพันธุ์และเอนไซม์ย่อยสลาย เช่น Chitinase และ Glucanase ซึ่งเข้าทำลายโครงสร้างผนังเซลล์ของเชื้อราสาเหตุโรคพืช
- การแย่งชิงธาตุอาหาร สร้างสาร Siderophores ดักจับธาตุเหล็กในดิน ทำให้เชื้อโรคพืชขาดธาตุอาหารและไม่สามารถเจริญเติบโตได้
- ส่งเสริมการเจริญเติบโต (PGPR) ช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารในดินและสร้างฮอร์โมนพืช (เช่น Auxin) ช่วยกระตุ้นการแตกราก
- ทำงานร่วมกับจุลินทรีย์ชนิดอื่นได้ เช่น Trichoderma asperellum จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ย่อยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร สร้างเอนไซม์ย่อยสลายผนังเซลล์ เช่น Cellulases และ Hemicellulases ย่อยฟางข้าวและตอซัง
การนำไปใช้ในแปลงเกษตร
- ควบคุมโรคพืช โดดเด่นในการปราบเชื้อราสาเหตุโรคทางดิน เช่น โรครากเน่าโคนเน่า (Phytophthora spp.) โรคเหี่ยวจากเชื้อรา (Fusarium spp.) และโรคราเมือก/โรคโคนเน่า
- วิธีการใช้ ใช้ผสมดินปลูก คลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูก หรือผสมน้ำรดรอบโคนต้นเพื่อปรับสภาพดินและสร้างระบบนิเวศรากพืชที่สมบูรณ์

3. Trichoderma asperellum (เชื้อราไตรโคเดอร์มา)
Trichoderma asperellum เป็นเชื้อราสายพันธุ์ปฏิปักษ์โตเร็วที่มีประสิทธิภาพสูงในการเข้าทำลายและย่อยสลายเชื้อราสาเหตุโรคพืชชนิดอื่น
กลไกการทำงาน
- การเบียดเบียนโดยตรง (Mycoparasitism) พันรัดเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรค เจาะแทง และปล่อยเอนไซม์ย่อยสลายจนเชื้อราโรคพืชตาย
- เป็นเชื้อราปฏิปักษ์กับเชื้อสาเหตุโรคพืชหลายชนิด โดยสร้างเส้นใยพันรัดเชื้อสาเหตุ และสร้างสารพิษ น้ำย่อย (เอนไซม์) หยุดยั้งการทำลาย เช่น โรคกาบใบเน่า โรคไหม้ โรคเมล็ดด่าง โรครากเน่าโคนเน่า โรคแอนแทรคโนส โรคใบติด และโรคใบไหม้
- ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช โดยหลั่งเอนไซม์ไฟเทสและเฟอร์ริติน เพื่อส่งเสริมการดูดซึมฟอสฟอรัสและเหล็กที่เป็นประโยชน์แก่พืช
- กระตุ้นระบบราก ช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ระบบรากพืชแข็งแรง แตกแขนงได้ดีขึ้น
การนำไปใช้ในแปลงเกษตร
- ควบคุมโรคพืช ป้องกันและรักษาโรครากเน่าโคนเน่า โรคเมล็ดไหม้ โรคเน่าคอดิน และโรคใบติดในไม้ผล (เช่น ทุเรียน ส้ม พริก และพืชผัก)
- วิธีการใช้ ผสมกับปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยคอกใส่ลงดินก่อนปลูก ใช้คลุกเมล็ด หรือผสมน้ำฉีดพ่นลงดินและทรงพุ่ม

ดาวน์โหลดรายงานโครงการจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าว (PDF)


